วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บทสรุป

ความหมายของการขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว
เป็นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยประจำไปยังแหล่งท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมธรรมชาติและคุณค่าทางวัฒนธรรม ต้องอาศัยยานพาหนะในการขนส่งไปยังแหล่งท่องเที่ยวตามต้องการ

พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2525 อธิบายว่า…

•                    การขน หมายถึง การนำของมากๆจากที่หนึ่ง …ไปยังอีกที่หนึ่ง
•                    การส่ง หมายถึง การยื่นให้ถึงมือ พาไปให้ถึงที่…
•                    ดังนั้น การขนส่ง จึงหมายถึง การนำไปและนำมาซึ่งของมากๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

พระราชบัญญัติการขนส่ง 2497 มาตรา4

การขนส่ง หมายถึงการลำเลียง หรือการเคลื่อนย้ายบุคคล หรือสิ่งของด้วยเครื่องมืออุปกรณ์การขนส่ง ซึ่งหมายถึงยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งรวมทั้งเครื่องทุ่นแรงต่างๆ

ความหมายตามหลักวิชาเศรษฐศาสตร์

การขนส่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่จัดให้มีการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ และสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง    ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
**ดังนั้นการขนส่ง จึงหมายถึงการจัดให้มีการเคลื่อนย้าย บุคคล สัตว์ หรือสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งตามความประสงค์ของมนุษย์
ลักษณะของการขนส่งทั่วไป
-ถ้าเป็นการขนส่งคนเรียกว่า การขนส่งผู้โดยสาร
-ถ้าเป็นการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ เรียกว่า การขนส่งสินค้า
**ความหมายของการขนส่งผู้โดยสารคือ การจัดให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคล ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์การขนส่ง  จากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง ตามความประสงค์ของบุคคลนั้นๆ
ลักษณะสำคัญของการขนส่ง ๓ ประการ
เคลื่อนย้ายบุคคลจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
เคลื่อนย้ายตามความประสงค์ของบุคคล
เคลื่อนย้ายตามยานพาหนะ
ความสัมพันธ์ระหว่างการขนส่งกับการท่องเที่ยว

ความสัมพันธ์ระหว่างการขนส่งผู้โดยสารกับการท่องเที่ยว ๖ ประการ

๑.การขนส่งผู้โดยสารทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไป-กลับจากแหล่งท่องเที่ยวได้  เช่น การขนส่งผู้โดยสาร
ไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี
๒.การขนส่งผู้โดยสารทำให้เกิดการบริการที่สะดวกสบายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว
๓.การขนส่งผู้โดยสารกระตุ้นให้มีการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
-การท่องเที่ยวด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ
-กระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยว
-กระตุ้นการพัฒนาเส้นทางคมนาคมและยานพาหนะ
๔.การขนส่งผู้โดยสาร เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ประสิทธิภาพของการขนส่งผู้โดยสาร

-ส่งเสริม อสก.ทท.ให้เติบโต                                 -คุณภาพชีวิต
-สร้างงาน                                               -สร้างอาชีพ
๕.การขนส่งผู้โดยสาร เป็นโครงสร้างพื้นฐาน(Infrastructure)การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
๖.การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกระตุ้นการพัฒนาการขนส่งผู้โดยสาร
*นักท่องเที่ยวเพิ่มปริมาณขึ้น *อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต *ความต้องการใช้บริการขนส่งเพิ่มขึ้น* กระตุ้นการพัฒนา
ระบบการขนส่งผู้โดยสาร
ศักยภาพของเครือข่ายการขนส่งผู้โดยสาร
มีส่วนทำให้เพิ่มหรือลดการเดินทางท่องเที่ยว  แหล่งท่องเที่ยวต้องมีเครือข่ายมากพอและมีมาตรฐานในการรองรับ
-ถนนกว้าง                                         -ที่จอดรถพอ
-ป้ายสื่อความหมาย                             -สัญญาณจราจร

เครือข่ายการขนส่งผู้โดยสาร

เครือข่ายการเดินทางทางอากาศและทางเรือ

ต้องใช้เส้นทางการบินหรือเพดานบินและร่องน้ำที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
-ป้องกันการชนกัน                                                -ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
***ดังนั้น…ถนน รางรถไฟ ร่องน้ำและเส้นทางบิน  ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของเครือข่ายการขนส่งผู้โดยสาร
เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า  ผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกสบายเพียงใดในการเดินทางท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวใช้ระบบการขนส่งผู้โดยสารในท้องถิ่นด้วยจะช่วยเพิ่มความสะดวกมากขึ้น
*******************************************************************************
ลักษณะของการขนส่งผู้โดยสาร

มีองค์ประกอบ ๓  ประการ  คือ

•                    เป็นกิจกรรมที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายบุคคลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
•                    เป็นการเคลื่อนย้ายที่ต้องกระทำด้วยอุปกรณ์การขนส่งต่างๆ
•                    เป็นการเคลื่อนย้ายตามความประสงค์ของบุคคล  เพื่อประโยชน์ของผู้ที่ต้องการได้รับบริการจากขนส่ง
หน้าที่ของการขนส่งผู้โดยสาร
•                    ผลิตบริการเพื่อบำบัดความต้องการของมนุษย์ในการเดินทางจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง  เพื่อให้เกิดอรรถประโยชน์ด้านเวลาและสถานที่
•                    มิใช่เพื่ออรรถประโยชน์ด้านกายภาพ 
•                    บางคนอาจเมารถ เมาเรือ เมาเครื่อง หรือปวดเมื่อย
ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสาร
การขนส่งผู้โดยสาร เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมการเดินทางของบุคคลจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้เดินทาง เพื่อให้เกิดอรรถประโยชน์ด้านเวลาและสถานที่


ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสารต่อการพัฒนาประเทศ

การขนส่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ทำให้เกิดการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ

-เศรษฐกิจ              -สังคม                     -การเมือง                               -การทหาร
**การขนส่งผู้โดยสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนในชาติเป็นกุญแจดอกสำคัญเปิดทางให้ประเทศชาติบรรลุถึงการพัฒนาและความมั่งคั่ง
ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสาร ด้านเศรษฐกิจ
•                    ทำให้นักธุรกิจสามารถเดินทางไป-มา เพื่อติดต่อค้าขายได้ ทั้งในและต่างประเทศ  อาทิ การร่วมงานมหกรรมการแสดงสินค้า ก่อให้เกิดการค้าขาย
•                    ก่อให้เกิดรายได้มหาศาลแก่ประเทศ จากการนิยมเดินทางท่องเที่ยว การขนส่งช่วยขนส่งนักท่องเที่ยวไป Tourism destinations                    
•                    ทำให้เกิดรายได้แบบ multiplier effects
**Multiplier effects คือ อะไร ผลกระทบที่ตามมาอย่างมากมายมหาศาลทางด้านธุรกิจได้แก่    ค่าที่พักแรม   ร้านอาหาร
ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสารทางเศรษฐกิจรูปแบบอื่นๆ
การขนส่งช่วยลดปัญหาการว่างงาน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามภูมิภาค จากไหน….ไปไหน….
การขนส่งทำให้เกิดการลงทุน
การลงทุนทางตรง                        มีการประกอบการเพื่อตอบสนองความต้องการและเพื่อผลกำไร
การลงทุนทางอ้อม                        ขนย้ายนักธุรกิจต่างชาติมาลงทุน
การขนส่งผู้โดยสารทำให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

ทำให้มีการร่วมมือลงทุนด้านการขนส่งระหว่างประเทศ การขนส่งผู้โดยสารช่วยลดการขาดดุลการชำระเงินของประเทศ

-สายการบินนำนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
-การใช้สายการบินในประเทศเงินไม่รั่วออก


ความสำคัญของการขนส่ง ทางด้านสังคม
-การขยายตัวของเมืองการเดินทางสะดวกชุมชนขยายตัว
-มาตรฐานการศึกษาและการครองชีพดีขึ้น
-การเดินทางสะดวก ลดการแบ่งแยก ทางสังคมระหว่าง เมืองกับชนบท
-เกิดการแลกเปลี่ยน ทางวัฒนธรรม ข้ามพื้นที่ทางวัฒนธรรม                        การแลกเปลี่ยนนาฏศิลป์
ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสารด้านการเมือง
-ช่วยให้เกิดความสามัคคี /เข้าใจกันและกัน
-เพิ่มความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ
-เกิดความภาคภูมิใจ (บางคนเสียใจ?)ในชาติ                     สุวรรณภูมิ
-การปกครองประเทศ เป็นไปด้วยดี                                    ติดตามนโยบายของรัฐได้
ความสำคัญของการขนส่งผู้โดยสารด้านการทหาร
-สนับสนุนการป้องกันประเทศ            -ทำให้เกิดความมั่นคง
-เคลื่อนย้ายกำลัง/ เสบียงอาหาร        -ส่งกำลังทหารไปปราบปราม
ปัญหาของการขนส่งผู้โดยสาร
-ก่อให้เกิดอากาศเป็นพิษ                    -ก่อให้เกิดน้ำเป็นพิษ
-ก่อให้เกิดเสียงรบกวน                       -ก่อให้เกิดการจราจรติดขัด
-ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ                             -ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการลงทุน
การขนส่งผู้โดยสารก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

-อุปกรณ์การขนส่งใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน                        ก๊าซโซลีน และดีเซล                   Pollutant

สารตะกั่ว คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์         ปนเปื้อนกับฝุ่นและ re-acted กับแสงอาทิตย์

แปรสภาพคล้ายหมอกควัน

-ป้องกันได้โดยใช้พลังงานไฟฟ้าและนิวเคลียร์
การขนส่งก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ
-ต้องมีการป้องกัน แก้ไขและควบคุม
-น้ำมันรั่วไหลปนเปื้อนลงน้ำทำให้น้ำเป็นพิษ การ recycle น้ำมันเครื่องช่วยได้มาก
การขนส่งผู้โดยสารก่อให้เกิดเสียงรบกวน
อุปกรณ์การขนส่งทำให้เกิดเสียงดังอึกทึก กระทบชุมชนใกล้สถานีขนส่งถนนหรือสนามบิน แก้ไขยากสิ้นเปลืองอาจได้ผลหรือไม่ได้ผลอาจต้องย้ายชุมชนออก
การขนส่งผู้โดยสารก่อให้เกิดการจราจรติดขัด
จราจรติดขัดเกิดจาก                   ขึ้นอยู่กับ วัน เวลา ช่วง ฤดูขนาดผังเมือง    ปริมาณอุปกรณ์ขนส่ง นิสัยการใช้บริการขนส่ง
**การแก้ไข  ทางอากาศ           -แก้ไขตารางบิน                               -ปรับระบบเข้า-ออกairport
                       ทางบก                 -ใช้ระบบMTS.แทนPrt. Cars       -สร้างที่จอดรถเพิ่ม(park &ride)
                       ทางน้ำ               -----------------------------------

การขนส่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุ (ตลอดเวลา)

ปัญหาเกิดจาก                        ขาดความระมัดระวัง(ประมาท)        รู้เท่าไม่ถึงการณ์       ขาดความรอบรู้

สาเหตุของอุบัติเหตุ                    สภาพการขนส่ง     สภาพแวดล้อม    ผู้ขับขี่

การขนส่งก่อให้เกิดปัญหาต่อการลงทุน
-ต้องใช้เงินมากเพื่อ                               -จ้าง/ ตอบแทนบุคลากรทางด้านธุรกิจขนส่ง
-จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ
การให้บริการขนส่งผู้โดยสาร
เมื่อการเดินทางมี ๓ รูปแบบ     การขนส่งในเมือง     ระหว่างเมือง       ระหว่างประเทศ

การบริการขนส่งผู้โดยสาร ก็มี 3 รูปแบบ ดังนี้
๑.การให้บริการขนส่งผู้โดยสารในตัวเมือง
๒.การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง
๓.การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ
การให้บริการขนส่งผู้โดยสารในตัวเมือง หมายถึง ความพยายามในการจัดการขนส่งผู้โดยสารในชุมชนซึ่งอาจเป็นเทศบาลเมืองต่างๆหรือเมืองหลวง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคม
แบ่งเป็น ๓ รูปแบบย่อย
-การขนส่งผู้โดยสารไป-กลับภายในตัวเมือง
-การขนส่งผู้โดยสารจากในเมือง ไปนอกเมือง
-การขนส่งผู้โดยสารจากนอกเมือง เข้าตัวเมือง
การขนส่งผู้โดยสารในตัวเมืองต้องมีกระบวนการเรียกว่า การสำรวจผู้โดยสาร(Passenger Survey)
-เพื่อศึกษาความต้องการใช้บริการการขนส่งสาธารณะ ขึ้นรถสายไหน        ขึ้นรถเวลาใด         ต่อรถที่ไหน

ในการสำรวจฯถือว่า  “ขึ้นรถโดยสารแล้วลง ๑ ครั้ง”เรียกว่า “one passenger trip”

-เพื่อนำข้อมูลมาจัดเส้นทาง ตารางเดินรถและจำนวนรถให้เหมาะสม

สร้างระบบการขนส่งมวลชน(mass transit  system)

**สร้างระบบการขนส่งมวลชนแบบ mass  transit  system ในเมืองเพราะ ขนส่งได้มากและรวดเร็ว มีทั้ง รถไฟฟ้าใต้ดิน  รถรางไฟฟ้า รถไฟรางเดียว
การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง หมายถึง ความพยายามในการจัดการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมืองต่างๆให้สอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจและสังคม รถยนต์มีบทบาทสำคัญที่สุด   รถไฟรองลงมา   เครื่องบินมีบทบาทน้อย(แพง)    เรือแทบไม่มีบทบาท(มักบริการด้านท่องเที่ยว)
การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายถึง ความพยายามในการจัดการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพ มีการขนส่งทางเครื่องบิน ๙๐ %   ทางเรือมีบทบาทรองลงมา   ทางบกรถยนต์   รถไฟ  น้อยที่สุด


ประเภทของการขนส่งผู้โดยสาร แบ่งเป็น 4 ประเภทดังนี้
•                    การขนส่งด้วยรถยนต์                     -การขนส่งด้วยรถไฟ
•                    การขนส่งด้วยเรือ                                  -การขนส่งด้วยเครื่องบิน
•                    ประเภทอื่นคานหาม เสลี่ยงกระเช้าไฟฟ้า
สรุป **
•                    การขนส่งผู้โดยสารช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว              -เกิดการลงทุนด้านการท่องเที่ยว
•                    นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวอย่างสะดวก         -เกิดการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
•                    สร้างรายได้ในท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับกระบวนการขนส่ง
รูปแบบการขนส่งผู้โดยสาร
การขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ หมายถึง การเคลื่อนย้ายบุคคลด้วยรถยนต์ซึ่งวิ่งบนท้องถนน
•                    ถนนกับรถยนต์จึงเป็นของคู่กัน             -ที่ใดมีถนน  ที่นั่นต้องมีรถยนต์
ถนนเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญเพราะเหตุใด?
•               รัฐบาลทุ่มเงินจำนวนมากสร้างถนนเชื่อมโยงชุมชนต่างๆให้สามารถติดต่อกันได้
•               เป็นการสร้างความเจริญแก่ท้องถิ่น
ทำไมประชาชนจึงนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปสู่แหล่งท่องเที่ยวมากที่สุด?
-ประหยัด                                               - เรือ เครื่องบิน หรือรถไฟเข้าไม่ถึงแหล่งท่องเที่ยว
-เข้าถึงจุดหมายปลายทางโดยตรง     -รถยนต์คล่องตัวกว่า            -สะดวกกว่าทางเรือเครื่องบิน รถไฟ
เหตุผลอื่นๆ
การขนส่งทางรถยนต์ไม่ต้องสร้างถนนเอง ไม่ต้องสร้างรางเองเหมือนรถไฟ ไม่ต้องสร้างสนามบินเอง ไม่ต้องสร้างท่าเรือเอง
วิวัฒนาการของการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์
-เดินเท้า ลัดเลาะเลี้ยงสัตว์                                  -ใช้สัตว์เป็นพาหนะ
-C.๑๕ ประดิษฐ์รถเทียมม้า วิ่งบนเส้นทาง         -เครื่องจักรไอน้ำค.ศ.๑๗๗๖
วิวัฒนาการของถนน
-ทางเท้าสร้างพอผ่านได้       -บดหินหักเป็นผิวทาง          -ขุดร่องข้างทางระบายน้ำ
หลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
การขนส่งฯด้วยรถยนต์ก้าวหน้ามากขึ้น   ถนน สะพานถือเป็นงานศิลปะ สะพาน Golden Gate สะพานพระราม ๙ ทางด่วนข้ามมหานคร   มนุษย์จินตนาการสร้างรถทันสมัย  จอภาพเห็นด้านหลัง Sensor ของเบรกอัตโนมัติเครื่องยนต์ เทอร์ไบน์ก๊าซเร็ว  ไร้มลพิษตัวถังเบา ติดปีกทรงตัว

วิวัฒนาการเชื้อเพลิงน้ำมัน
•                    น้ำมันก๊าด                              -ธรรมชาติ
•                    ก๊าซโพรเพน                           -แอลกอฮอล์
•                    โซลาร์                                     -เซลล์ไฟฟ้า
ก๊าซจากอ่าวไทยและนำเข้าจากพม่า
•                    ผ่านกระบวนการแยกก๊าซที่โรงงาน  เพื่อแยกก๊าซที่มีไฮโดรคาร์บอน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปออก
•                    เหลือเฉพาะก๊าซที่มีคาร์บอน 1 ตัว เรียกว่าก๊าซมีเทน และส่งเข้าระบบท่อ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักผลิตไฟฟ้าและใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
•                    บางส่วนใช้ในภาคขนส่ง โดยนำก๊าซธรรมชาติไปอัดใส่ถังด้วยความดันสูง และนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ NGV หรือ CNG
กระบวนการแยกก๊าซ
•                    สิ้นปี 2549 ปริมาณก๊าซที่นำขึ้นจากอ่าวไทย มีปริมาณวันละประมาณ 2,225 ล้านลูกบาศก์ฟุต
•                    ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ C2 (อีเทน) C3 (โพรเพน) และ             C4 (บิวเทน) ออกประมาณ 512 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือร้อยละ 23
•                    ส่วนที่เหลือ(มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก) ประมาณ 1,713 ล้านลูกบาศก์ฟุต จะถูกส่งกลับเข้าระบบท่อ
รถลากในประเทศไทย
•                    รถลาก/ รถเจ๊ก มีแต่คนจีนเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างลาก  เดิมเป็นของญี่ปุ่น 
•                    ในรัชกาลที่ 4 นั้น พวกพ่อค้าสำเภานำมาน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ จึงโปรดฯให้ซื้อเข้ามาพระราชทานเจ้านาย และขุนนางผู้ใหญ่บ้าง สั่งซื้อกันเองบ้าง ใช้เป็นพาหนะส่วนพระองค์และส่วนตัว
•                    เมื่อผู้คนนิยมกันมากขึ้น พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (พุก) จึงตั้งโรงงานทำรถลากขึ้นในเมืองไทยโดยสั่งช่างมาจากเมืองจีน
•                    รถลากรับจ้างเริ่มมีบนถนนมากขึ้น จนกระทั่งจำเป็นต้องควบคุม รัชกาลที่5 จึงโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติรถลาก ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2444) ขึ้น โดยมีพระราชปรารภว่า
•                    "กรุงเทพพระมหานครในทุกวันนี้ มีรถคนลากสำหรับรับจ้างคนโดยสาร และรับบรรทุกของเดินในถนนหนทางทวียิ่งขึ้นเป็นอันมาก แต่รถที่ใช้นั้นไม่แข็งแรงมั่นคง แลไม่มีสิ่งที่สำหรับป้องกันอันตรายของผู้โดยสาร กับทั้งไม่สะอาดเรียบร้อยตลอดไปจนคนลากรถด้วย ย่อมเป็นที่รังเกียจรำคาญแก่ผู้ที่จะใช้รถ หรือผู้เดินทางในท้องถนนร่วมกัน อีกประการหนึ่ง คนที่ลากรถนั้น บางทีรับคนโดยสารหรือรับบรรทุกสิ่งของที่มากหรือหนักเกินกำลังรถที่จะพาไปได้ จนเป็นเหตุเกิดอันตรายแก่คนโดยสารแลคนเดินทางกับทั้งรถ แลไม่เป็นความเรียบร้อยในท้องถนนอีกด้วย"
•                    พระราชบัญญัติรถลาก ร.ศ. 120 (พ.ศ. 2444) บังคับให้ต้องจดทะเบียนรถ และต้องนำรถมาตรวจสภาพต่อเจ้าพนักงานจดทะเบียน หลังจดทะเบียนแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้เลขหมายติดรถ และให้เครื่องหมายที่มีเลขตรงกันกับทะเบียนรถให้คนลากติดหน้าอกไว้ให้ตรงกัน บังคับให้จุดโคมไฟเวลากลางคืน และยังมีข้อบังคับปลีกย่อยอีกหลายข้อ เช่นห้ามบรรทุกศพคน ให้จอดพักรถตามที่พนักงานกำหนดไว้เท่านั้น ฯลฯ
•                    รถลากหรือรถเจ๊กนี้ วิ่งในถนนตั้งแต่ พ.ศ. 2417เลิกใช้ตามกฎหมาย เมื่อ พ.ศ. 2478 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
**ประวัติการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ในประเทศไทย
-สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กราบทูล สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
-รถยนต์คันแรกในไทยเจ้าพระยา สุรศักดิ์มนตรี
-พ.ศ.๒๔๔๗  สมเด็จเจ้าฟ้า  กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์  เสด็จฯปารีส  ทรงสั่งซื้อรถเก๋งยี่ห้อเมอร์ซิเดส เดมเลอร์
ของเยอรมนี ๑ คัน ทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่๕  เป็นรถยนต์พระที่นั่งคันรก
**-ร.๕ ทรงเห็นประโยชน์ของรถยนต์(เร็ว/ สบาย)มีถนนในกรุงเทพฯมากแล้วโปรดฯให้กรมหลวงราชบุรีฯซื้ออีก ๑๐ คันแจกเจ้านายและขุนนางในวันเฉลิมพระชนมพรรษา(๒๔๔๗)

พระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรก
•                    ผู้มีฐานะดีสั่งซื้อรถยนต์ตามพระราชนิยม
•                    แปลกและดีกว่า  รวดเร็วกว่า  รถราง รถม้า รถลาก
•                    เริ่มมีรถยนต์เพื่อบริการขนส่งผู้โดยสารขึ้นในประเทศไทย
•                    ถนนที่เคยกว้างขวางก็ดูแคบลง   เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
•                    ตราพระราชบัญญัติรถยนต์ฉบับแรก บังคับใช้ เมื่อ ๑ เมษายน ๒๔๔๙  (ปีใหม่)
•                    รถเมล์ประจำทางที่มีใช้กำลังม้าลากจูงแทน ไม่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิง
•                    พระยาภักดี นรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) ริเริ่มกิจการรถเมล์
•                    พ.ศ. 2456 พระยาภักดีฯนำรถยนต์ฟอร์ดวิ่งแทนรถเดิม
•                    มีที่นั่ง 2 แถว ทาสีขาว มีกากบาทสีแดง นั่งประมาณ 10 คน
•                    คนทั่วไปเรียกว่าอ้ายโกร่ง ตอนวิ่งมีเสียงดังโกร่งกร่าง
พัฒนาการของรถโดยสาร (รถเมล์) เรียก “รถเมล์” เพราะมี “เรือเมล์”
•                    พ.ศ.๒๔๖๗  มีรับจ้าง(แท็กซี่) เป็นครั้งแรกโดยพระยาเทพหัศดินทร์ให้บุตรหลานนำรถยนต์ออกมาวิ่งรับจ้าง ติดป้ายรับจ้างหน้าและหลัง
•                    เรียกว่า “รถไมล์”เพราะคิดราคาเป็นไมล์
ความได้เปรียบเสียเปรียบของการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์
-ผู้โดยสารมีโอกาสเลือกได้มากขึ้น
-หน่วยของกิจการมีขนาดเล็กมากเทียบกับการขนส่งด้านอื่น  ลงทุนน้อย รัฐสร้างถนนให้ ออกรถให้บริการได้
-ขยายธุรกิจได้เร็วไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ
-ดำเนินการแบบผู้ประกอบการรายย่อยได้ตามความพอใจคล่องตัว เร็ว
-เป็นการขนส่งแบบAlternative Supplying อย่างเหมาะสม
-เร็ว คล่อง ไปไหนมาไหนตามต้องการได้สะดวก ไม่มี Time table
-เลิกกิจการได้ง่ายเสียหายน้อย ขายง่ายเพราะมีต้นทุนคงที่(fixed cost) ต่ำ ต้นทุนขนส่งระยะใกล้ต่ำ
-Door to Door Service
ต้นทุนคงที่ ( Fixed costs )
1.       เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ผันแปรไปตามจำนวนหน่วยผลิตหรือขาย       
2.       ทำให้ต้นทุนคงที่รวมคงที่ตลอดเวลา
**แต่ต้นทุนคงที่ต่อหน่วย เช่น ค่าเสื่อมราคา ค่าเช่า เงินเดือน ภาษีทรัพย์สิน เป็นต้น จะลดลง ถ้าปริมาณการผลิตหรือขายสูงขึ้น
ต้นทุนผันแปร ( Variable costs )
เป็นค่าใช้จ่ายที่ผันแปรไปตามจำนวนหน่วยผลิตหรือขายถ้าปริมาณการผลิตหรือขายมากต้นทุนผันแปรจะมาก
แต่ถ้าปริมาณการผลิตหรือขายน้อยต้นทุนผันแปรจะน้อย
**ต้นทุนผันแปรรวม  จะเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิตหรือขาย แต่ต้นทุนผันแปรต่อหน่วยจะคงที่
เช่น ค่าวัตถุดิบ/ค่าแรง/ค่านายหน้า
ความเสียเปรียบของการขนส่งผู้โดยสารทางรถยนต์
ขนส่งผู้โดยสารได้น้อย                         ต้องขนมากเที่ยว                  พื้นที่แคบ                                 เสียเวลา
ต้นทุนระยะไกลสูง                               มีต้นทุนผันแปรมาก              ยิ่งขนส่งไกล                           ต้นทุนผันแปรยิ่งสูง
เกิดอุบัติเหตุง่าย                                   ใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น               มีรถร่วมทางหลากหลาย      จราจรติดขัด
อุปกรณ์ล้าสมัยเร็ว                               มีการเปลี่ยนรุ่นบ่อย             อะไหล่หายาก                       เสื่อมราคาเร็ว
องค์ประกอบของการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์
-ผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถยนต์                         -สถานีขนส่งผู้โดยสาร
-ผู้โดยสาร                                                              -เส้นทางถนน
๑. ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ Carriers
ผู้ผลิตบริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ (บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล) สนองความต้องการผู้ใช้บริการ เพื่อบำเหน็จทางการค้า
Public Carriers ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์สาธารณะตั้งแต่ ๗ ที่นั่ง หรือเกิน ๗ ที่นั่ง ทั้งประจำเส้นทาง/ ไม่ประจำเส้นทาง เพื่อสินจ้าง
Contract Carriers ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ตามสัญญาเพื่อสินจ้าง  ภายใต้สัญญาเช่าเหมากับบุคคลหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์จะให้บริการตามสัญญาในระยะเวลาอันต่อเนื่อง  เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
Private Carriers ผู้ประกอบการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล   เพื่อกิจการของตนเอง  มีรถยนต์ใช้ขนส่งผู้โดยสารของตนเอง เช่น บริษัทการบินไทย มธบ. ฯลฯ 
๒.รถยนต์โดยสาร
เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร
รถโดยสารชั้นเดียว เน้นความสะดวกสบาย
รถโดยสารสองชั้น ทางไกลต้องมี
-ห้องน้ำ                                  -เครื่องปรับอากาศ
รถยนต์โดยสารมี ๓ ประเภท
รถยนต์โดยสารสาธารณะ รถประจำทาง bus Local &tourist รถแท็กซี่สะดวกค่อนข้างแพงต้องควบคุม
รถยนต์บริการ  รถเช่า rental car  รถทัวร์เช่าเหมา charter coach tour รถรับส่งที่สนามบิน limousine(transfer)
รถยนต์โดยสารส่วนบุคคล นิยมมากป้ายดำขาวน้ำเงิน รถทะเบียนกองทัพ
ข้อสังเกตความนิยมในการใช้รถส่วนบุคคลมีเหตุผลสำคัญ 5 ประการคือ
-ควบคุมการเดินทางท่องเที่ยวได้                        -จะออกเดินทาง หยุดพัก  แวะที่ใดก็ได้
-นำสัมภาระติดตัวไปได้มาก                               -ประหยัดค่าใช้จ่ายถ้าเดินทาง 2 คนขึ้นไป
-สามารถใช้รถต่อได้ หลังจากถึงที่หมายแล้ว
รถโดยสารสมัยหลังสงครามโลก ดัดแปลงต่อกระบะท้ายให้นั่งได้ บรรทุกของบนหลังคาก็ได้ ป้ายหน้ารถเป็นรถประจำทางวิ่งระหว่างบ้านโป่ง - โพธาราม - ราชบุรี แต่คงถูกเหมาไปในงานดูจากมีธงโบกนำหน้า
เส้นทางถนนแบ่งได้ 5 ประเภทตามลักษณะการใช้งาน
·        ถนนในท้องถิ่น                                       ถนนระหว่างท้องถิ่น              ถนนระหว่างประเทศ
·        ถนนพิเศษ                                              ถนนวงแหวน

ทางหลวงในประเทศไทย 7 ประเภท
·        ทางหลวงพิเศษ                                     ทางหลวงจังหวัด
·        ทางหลวงสัมปทาน                               ทางหลวงแผ่นดิน
·        ทางหลวงชนบท                                     ทางหลวงเทศบาล
·        ทางหลวงสุขาภิบาล

**ทางหลวงสายหลัก
·        ทางหลวงหมายเลข 1 (สายเหนือ) ชื่อถนนพหลโยธิน (เดิมชื่อ ถ.ประชาธิปไตย) จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-เชียงราย ( 845 ก.ม.)
·        ทางหลวงหมายเลข 2 (สายตะวันออกเฉียงเหนือ) ชื่อถนนมิตรภาพ (แยกจากทางหลวงสายที่ 1 ที่สระบุรี) ถึงหนองคาย ( 408 ก.ม.)
·        ทางหลวงหมายเลข 3 (สายตะวันออก) ชื่อถนนสุขุมวิท จากกรุงเทพฯ-ตราด ( 315 ก.ม.)
·        ทางหลวงหมายเลข 4  (สายใต้) ชื่อถนนเพชรเกษมจากกรุงเทพฯ-อ.สะเดา จ.สงขลา( 1,305 ก.ม.)

ทางหลวงสายรอง ซึ่งตัดเชื่อมกับทางหลวงแผ่นดิน    กรมทางหลวงใช้ตัวเลข 3 ตัว
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 1 เป็นทางหลวงสายรองอยู่ทางภาคเหนือ (106 เชียงใหม่-ลำพูน)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 2 เป็นทางหลวงสายรองอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (212 หนองคาย-อุบล)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 3 เป็นทางหลวงสายรองอยู่ทางภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก (309 สายวังน้อย-สิงห์บุรี)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 4 เป็นทางหลวงสายรองอยู่ทางภาคใต้ (401 สายตะกั่วป่า-นครศรีธรรมราช)
ทางหลวงจังหวัด ใช้ตัวเลข 4 หลัก
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 1 เป็นทางหลวงจังหวัดอยู่ทางภาคเหนือ (1004 เชียงใหม่-ดอยสุเทพ-ดอยปุย)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 2 เป็นทางหลวงจังหวัดอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (2078 สุรินทร์-กระสัง)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 3 เป็นทางหลวงจังหวัดอยู่ทางภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก (3049 สายนครนายก-เขาใหญ่)
·        ขึ้นต้นด้วยเลข 4 เป็นทางหลวงจังหวัดอยู่ทางภาคใต้ (4054 สายสะเดา-ปาดังเบซา)

ทางหลวงสายเอเชีย
·        ยาวประมาณ 65,000 ก.ม. (15 ประเทศในเอเชียร่วมมือกันเมื่อปี 2502)
·        ภายใต้การดำเนินงานของ ESCAP (คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก)
·        จากตุรกี-เวียดนามตอนบน – อินโดนีเซียตอนล่าง

ทางสายเอเชียที่ผ่านไทย
สาย A1 พม่า-แม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-อยุธยา-นครนายก-สระแก้ว-กัมพูชา-โฮจิมินท์ซิตี้
สายA2 พม่า-แม่สาย-ตาก(บรรจบกับ   ถ.พหลโยธินที่ตาก)-กรุงเทพ-อ.สะเดา   จ.สงขลา-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย
สถานีขนส่ง (Bus Terminal)   มีหน้าที่สำคัญอยู่ 4 ประการ ดังนี้
·        เป็นสถานที่สำหรับขึ้น-ลงรถโดยสาร
·        เป็นสถานที่เชื่อมโยงเครือข่ายรถต่างๆ
·        เป็นสถานที่รวมปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการขนส่ง
·        เป็นสถานที่ให้รถยนต์โดยสารเข้าไปใช้จอดเพื่อรับผู้โดยสาร หรือทางเทคนิคอื่นๆ เป็นต้น

การให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์
•                    การขนส่งผู้โดยสารในตัวเมือง  จำแนกเป็น รถเมล์ธรรมดา รถเมล์ด่วน รถเมล์ปรับอากาศ  รถเมล์ทางด่วน รถเมล์กะสว่าง รถมินิบัส รถเมล์สองชั้น  รถเมล์ปรับอากาศไมโครบัส
•                    การขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง  จำแนกเป็น รถโดยสารมาตรฐาน ๓  รถโดยสารมาตรฐาน ๒  รถโดยสารมาตรฐาน ๑ รถโดยสารมาตรฐานพิเศษ
•                    การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างประเทศ  เป็นโครงการในอนาคตสำหรับเส้นทางสายเอเชียที่ตัดผ่านประเทศไทย
Green Bus กรณีศึกษาการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเชียงราย –หลวงพระบาง
•                    บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด  เจ้าของ นายสมชาย ทองคำคูณ กรรมการผู้จัดการ
•                    ขยายธุรกิจข้ามพรมแดนครั้งแรกด้วยรถเมล์เขียว ( Green Bus ) เส้นทางห้วยทราย-หลวงพระบาง (30กย.2009)
กรณีศึกษาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขส.มก.)
•                    ดูแลและรับผิดชอบการให้บริการรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง
•                    ประกอบการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบการขนส่งบุคคล
•                    ควบคุมและดูแลผู้ประกอบการเดินรถเอกชนที่ให้บริการรถโดยสารขนาดใหญ่ (ธรรมดาและรถปรับอากาศ)  รถมินิบัสรถในซอย  และรถตู้โดยสารปรับอากาศ
กรณีศึกษาบริษัทนครชัยแอร์ (มาคู่นั่งคู่มาเดี่ยวนั่งเดี่ยว)
v ก่อตั้งเมื่อพ.ศ. 2529 (ค.ศ.1986)
v เริ่มเปิดเส้นทางการเดินรถจำนวน2เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-ขอนแก่นและกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี
v ปี พ.ศ. 2530 เป็นบริษัทแรกที่ได้เริ่มนำคำว่า  "รถนอนพิเศษ" มาใช้
v กลยุทธ์เพิ่มพื้นที่ระหว่างที่นั่งและลดจำนวนที่นั่งจาก 42 ที่นั่งเหลือเพียง 32 ที่นั่ง
v พ.ศ. 2531 นครชัยแอร์ ขยายการบริการอีก 4 เส้นทาง คือ อุบลราชธานี - เชียงใหม่ /อุบลราชธานี-ระยอง /เชียงใหม่-ระยอง / พัทยา-แม่สาย
พ.ศ.2535 เริ่มเปิดให้บริการสำรองที่นั่งและจำหน่ายตั๋วด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เป็นบริษัทแรก
•                    พ.ศ. 2541 ขยายเส้นทางเพิ่ม 1 เส้นทาง                                คือ กรุงเทพ - เชียงใหม่
•                    พ.ศ. 2547 ขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นอีก 1 เส้นทาง                       คือ กรุงเทพฯ - ระยอง
•                    พ.ศ.๒๕๔๗ เปิดบริการรถทัศนาจรมาตรฐานระดับ 5 ดาว (รับรองโดยกรมการขนส่งทางบก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว, และสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร)
ปัจจุบัน บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด มีรถโดยสารให้บริการกว่า 180 คัน มีจำนวนเที่ยววิ่งให้บริการประมาณ 170 เที่ยวต่อวันมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 1,200 คน มีเครือข่ายการเดินรถผ่านกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
การบริการของบริษัท
-รถนอนปรับอากาศพิเศษ (วี.ไอ.พี)                            -รถปรับอากาศชั้นสอง (ป.2)
-รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง (ป.1)                                       -บริการรับฝากของ
-บริการสื่อโฆษณา                                                       -บริการรถเช่าเหมาลำ
สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
§  มาตรฐานของสถานีเดินรถ
§   มาตรฐานความรับผิดชอบต่อสังคม
§   มาตรฐานการจัดระเบียบบนรถ
**สรุป
·        การขนส่งผู้โดยสารทางรถยนต์มีวิวัฒนาการมาจากการเดินเท้าและการใช้สัตว์เป็นพาหนะเดินทางไปยังที่ต่างๆ
·        ต่อมามีการประดิษฐ์รถยนต์โดยสารที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทำให้การเดินทางท่องเที่ยวได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น
·        องค์ประกอบการขนส่งฯมี 4 องค์ประกอบคือ 1.ผู้ประกอบการ 2. รถยนต์ 3. เส้นทางถนน 4. สถานีขนส่ง
**************************************************************************************************************************
เรื่อง การขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟ
การขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ  หมายถึง การเคลื่อนย้ายบุคคลด้วยตู้รถไฟต่อกันเป็นขบวนวิ่งไปบนรางเฉพาะตามเส้นทาง
คุณลักษณะของรางรถไฟ(ไทย) เหล็กกล้าวางเป็นราง
-รองด้วยหมอนไม้/ คอนกรีต กว้าง ๑ เมตร        -ผิวหน้ารางแข็งลื่นมีความต้านทานน้อย
-เคลื่อนที่ได้ด้วยแรงลากจูงเพียงเล็กน้อย          -รางกว้าง 1 เมตร ปกติวิ่งได้เร็ว 90 กม/ชม.
-เก่าของรถ+ ราง 60 กม./ ชม.
ข้อจำกัดของการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ
-ขาดความคล่องตัวกว่ารถยนต์   โครงข่ายน้อย No Door to door Service
-ลงทุนสูง  ลงทุนเองเส้นทาง สถานี สะพาน อุโมงค์อาณัติสัญญาณ โทรคมนาคมโรงซ่อมบำรุงรายทางฯลฯ

โอกาส
-ขนส่งผู้โดยสารได้มาก
-ฤดูท่องเที่ยวเพิ่มเที่ยวการเดินรถสะดวกทั้งการกินนอน  สุขาการให้บริการแบ่งเป็นชั้น๑ ชั้น๒ ชั้น๓
-มีบทบาทต่อการท่องเที่ยวระหว่างเมือง
-ต้นทุนต่อหน่วยผลิตบริการลดลงเมื่อมีผู้ใช้บริการมากสามารถจองตั๋วล่วงหน้า

วิวัฒนาการการขนส่งทางรถไฟ
**เริ่มต้นในประเทศอังกฤษ คศ.1830(๒๓๗๓) ให้เริ่มการระหว่างเมือง Manchester-Liverpool ระยะทาง 44 กม. ความเร็ว 26 กม./ชม.
การนำเที่ยวด้วยรถไฟ  
บ.Thomas Cook จัดนำเที่ยวทางรถไฟ ค.ศ.1841 (๒๓๘๔)ระหว่างเมือง Leicester-Loughborough มีนักท่องเที่ยว 570 คน เสียค่าใช้จ่าย 1 ชิลลิง/คนค.ศ.1855 (๒๓๙๘)บ.ThomasCook จัดนำเที่ยวทางรถไฟไป Paris ชมงานWorld Expo.ค.ศ.1856(๒๓๙๙) บ.Thomas Cook จัด  A Great Circular Tour of the Continent  ทางรถไฟไปยุโรปอีก ๒-๓ ปี ต่อมาก็จัดบริการนำเที่ยวยุโรปอย่างต่อเนื่อง
วิวัฒนาการของการรถไฟนอกประเทศอังกฤษ
ให้บริการครั้งแรกใน ประเทศ Austria เมื่อ คศ.1832(๒๓๗๕) เรียกว่า สาย Transcontinental USA เริ่มเดินรถไฟครั้งแรกหว่างเมือง Chicago และ San Francisco ในปีคศ. 1896(๒๔๑๒)
**“The Orient Express” หรูหรา ที่สุดในโลก?
-เริ่มให้บริการในปี ค.ศ. 1883 (๒๔๒๖)
-ค.ศ. 1889 (๒๔๓๒) “The Orient Express” เปิดให้บริการระหว่าง Istanbul-Paris ระยะทาง 3,186 กม. ใช้เวลาในการเดินทางรวม 67 ชม. 35นาที
-ปิดตัวค.ศ.๑๙๗๗(๒๕๒๐)
มีการฟื้นฟูบริการของรถไฟ “The Orient Expressอีกครั้งใน ค.ศ. 1987(๒๕๓๐)วิ่งระหว่างเมือง Calais(ฝรั่งเศส)-Venice(อิตาลี)มีทั้งหมด 31 โบกี้
พัฒนาการการใช้พลังงานขับเคลื่อนการขนส่งทางรถไฟ
-ระยะแรกใช้พลังงานไอน้ำ ก่อนพัฒนาไปใช้ไฟฟ้าและดีเซลและกังหันไอพ่น
-ในศตวรรษที่ 20 บทบาทเครื่องจักรไอน้ำในการขับเคลื่อนสิ้นสุดลง หันมาใช้ไฟฟ้าแทน ไฟฟ้า สตาร์ท ติดง่ายแรงกว่าเมื่อใช้เครื่องยนต์ขนาดเท่ากัน เครื่องจักรไอน้ำ   ควัน มลพิษสูง   ช้า เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ
-USA นิยมใช้รถไฟขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล๙๕ % เครื่องยนต์ดีเซลให้พลังงานมากกว่าเครื่องจักรไอน้ำ ๓ เท่า  รางกว้าง 1.453 เมตร ความเร็ว 160 กม./ ชม.
รถไฟกังหันไอพ่นความเร็วสูง
ยุโรป เอเชีย อเมริกา นิยมใช้กังหันไอพ่นขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูง  ๑๙๙๑ ชาวญี่ปุ่น เดินทางด้วยรถไฟกังหันไอพ่น
จุดเด่นของการโดยสารรถไฟเปรียบเทียบ Cars & Plains
-ชมทิวทัศน์ชัดกว่า                               -พื้นที่กว้างขวาง
ที่นอนสบายกว่า                                   -ประทับใจมีObservation car กระจกรูปโดมได้ทำความรู้จักกัน
ความตกต่ำของธุรกิจการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ เกิดจาก......? หลังค.ศ.1950 ใน USA การโดยสารรถไฟ  เสื่อมความนิยม ผู้คนหันไปใช้บริการรถยนต์ / เครื่องบินแทน  France+ Japan พัฒนา High-Speed Train ทำให้ได้รับความนิยมมาTGV (๑๗๐ ไมล์/ ชม.) แล่นถึงแหล่งท่องเที่ยว  ในToulon, French Rivera และ Lauzanne ของ Switzerland
การพัฒนาการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟในประเทศญี่ปุ่น
รถไฟชินกังเซ็น(๑๕๐ ไมล์/ ชม) ยังมี Supper train หรือbullet train(รถไฟหัวกระสุน)  ๑๘๕ ไมล์/ ชม(๕๐๐ กม/ ชม.)ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติญี่ปุ่นกำลังทดลองรถไฟฟ้าแม่เหล็ก(Maglev) เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนด้วยแรงแม่เหล็ก ลอยเหนือรางไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นแรงเสียดทานและไม่ต้องการการบำรุงรักษา
การจัดกลุ่มรถไฟตามความเร็วมี ๓ กลุ่ม
-กลุ่มที่วิ่งเร็วประมาณ 100 กม./ชม. เป็นรถจักรดีเซลและดีเซลราง ขับเคลื่อนด้วยดีเซลใช้ในไทยและอีกหลายประเทศ
-ใช้เครื่องยนต์ดีเซลวิ่งเร็ว140-180 กม./ชม. ไม่ใช้ไฟฟ้า จัดเป็นรถไฟความเร็วสูง(High Speed Train) พ.ศ.๒๕๓๑ ฝรั่งเศสนำรถไฟ ๒ ชั้นมาให้บริการ(Double Decker Cars)ประเทศในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียและจีนใช้ตาม ความจุเพิ่มเป็น ๒ เท่า
-กลุ่มที่วิ่งเร็วกว่า๒๐๐ กมต่อชม.ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า Bullet Trains Shinkansen บุกเบิกTGV พัฒนาความเร็วที่สุดเหนือกว่า
พัฒนาการรถไฟในประเทศไทย
แรงบันดาลใจที่ต้องการให้มีรถไฟเกิดขึ้นในสมัย ร. 4  เมื่อ Queen Victoria ของอังกฤษ ส่งรถไฟย่อส่วนให้เซอร์   จอห์น บาวริ่งนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายในปี พ.ศ. 2398
การขนส่งทางรถไฟ
การริเริ่มขนส่งผู้โดยสารเกิดขึ้นในสมัย ร. 5 เมื่อมีการสำรวจเพื่อก่อสร้าง      ทางรถไฟปี พ.ศ. 2430 จากกรุงเทพฯไป   เชียงใหม่   แล้วแยกไปจังหวัดสำคัญทางเหนือและอีสาน
การสถาปนากรมรถไฟ
-ต.ค.๒๔๓๓  ร.5 สถาปนากรมรถไฟ  (กระทรวงโยธาฯ)
-พ.ศ. 2433-2443 สร้างทางรถไฟสายแรกระหว่าง กรุงเทพฯ-โคราช
-๒๖๕กม. สร้างเป็นระยะๆ ทีละช่วงๆ
-ผู้รับเหมาคนแรกคือ G. Murphy Campbellชาวอังกฤษ
-เสด็จฯเปิดสายแรก กรุงเทพ.-อยุธยา๒๖ มี.ค. ๒๔๓๙(๗๘กม.) ทรงวางฤกษ์๙ มี.ค.๒๔๓๔ วันรถไฟไทย
กรมรถไฟพัฒนาเป็นกรมรถไฟหลวง
·        ๕ มิ.ย.๒๔๖๗ ร. 6 ยกฐานะกรมรถไฟเป็น กรมรถไฟหลวง พระเจ้าน้องยาเธอ  กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเป็นผู้บัญชาการรถไฟหลวงพระองค์แรก
·        พ.ศ. 2494 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ยกฐานะกรมรถไฟหลวงเป็น การรถไฟแห่งประเทศไทย พลเอกจรูญ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์     เป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยคนแรก
·        มีพนักงานรถไฟไทยไม่น้อยกว่า 21,679คน มีสถานีรถไฟ 433 แห่ง
·        ที่หยุดรถ๑๖๓ แห่ง ป้ายหยุดรถ ๕๓ แห่ง

ทางรถไฟในไทย
-เปิดการเดินรถแล้วรวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร
-ร.๕ เปิดเดินรถ๗๗๔ก.ม./ หรือ๙๓๒ ก.ม.                          -ร.๖๑,๘๐๔ ก.ม.
-ร.๗  ๔๑๘ ก.ม.                                                                     -ร.๘  ๒๕๙ก.ม.
ข้อได้เปรียบการโดยสารทางรถไฟ
·                    เหมาะสำหรับการขนส่งระยะปานกลางและไกลต้นทุนคงที่ค่าเชื้อเพลิงต่อหน่วยการขนส่งต่ำ
·                    บรรทุกได้มาก
·                    ปรับตัวตามปริมาณการขนส่งได้ง่าย(เพิ่ม/ ลดตู้)
·                    ปลอดภัยสูง ทางวิ่งของตนเอง
·                    สะดวกสบายระหว่างการขนส่ง(ไม่ขรุขระ)
เสียเปรียบในการโดยสารทางรถไฟ
·                    ลงทุนมาก
·                    ขาดความคล่องตัวในการบริการ
·                    การขนส่งระยะใกล้ มีต้นทุนสูง
·                    ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางในการให้บริการได้   แม้จะประสบสภาวะขาดทุน
·                    หากเลิกกิจการจะเสียหายมาก  ขายอุปกรณ์ออกยาก  ขายขาดทุน
องค์ประกอบการขนส่งทางรถไฟ
๑.ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตบริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ ตอบสนองผู้ใช้บริการเพื่อบำเหน็จทางการค้า แบ่งเป็น ภาครัฐบาล เป็นเจ้าของและลงทุนและภาคเอกชนรัฐอนุญาตให้เอกชนลงทุน
๒.ขบวนรถไฟ ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟประกอบด้วยหัวรถจักรและตู้โดยสา หัวรถลากจูงมี 3 ประเภท คือ
-หัวรถจักรไอน้ำ มีหม้อน้ำและเรือนไฟ ต้มน้ำเป็นไอ ขยายตัวดันลูกสูบให้เดินหน้าและถอยหลังในลูกสูบ การ เคลื่อนที่ของลูกสูบจะหมุนล้อรถจักร
-หัวรถจักรไฟฟ้า ใช้พลังไฟฟ้าจากเสาด้านบนหรือรางที่สวมข้างๆ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าหลายตัว มีแรงสูง  เบา ไม่ต้องบรรทุกน้ำและเชื้อเพลิง หยุดง่าย ควบคุมง่าย ออกตัวดี ไม่มีมลพิษ
-หัวรถจักรดีเซล ใช้เครื่องยนต์แบบรถยนต์ ใช้น้ำมันดีเซล แรงสู้หัวจักรไฟฟ้าไม่ได้  ไม่ต้องใช้สายไฟหรือรางพิเศษ ควันไม่มาก             หัวจักรดีเซลแบ่งเป็น  1.หัวจักรดีเชลไฟฟ้า 2.หัวจักรดีเซลเครื่องกล 3.หัวจักรดีเซลไฮโดรลิค

ขบวนรถไฟโดยสารไม้…เหล็กหรืออลูมิเนียม

-.ขบวนรถธรรมดา (Ordinary Train) จอดทุกสถานี   ไม่เสียค่าธรรมเนียม ต้องหลีกทางให้ใคร
-ขบวนรถเร็ว (Rapid Train) จอดบางสถานี   เสียค่าโดยสาร+บวกค่าธรรมเนียม   หลีกทางรถด่วน
-ขบวนรถด่วน (Express Train) จอดน้อยกว่ารถเร็ว   เสียค่าธรรมเนียมรถด่วน
๓.เส้นทางรถไฟ แบ่งได้ 2 ระบบแต่ละภูมิภาคสั้น-ยาวไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความต้องการทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคม
-ระบบทางเดียว (Single Line) เป็นระบบที่รถไฟวิ่งได้ขบวนเดียว สวนทางกันไม่ได้ ต้องหยุดรอ
-ระบบทางคู่ขนาน (Double Line) เป็นทางรถไฟที่สร้างคู่ขนานกัน สวนกันได้ ค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง
๔.สถานีรถไฟ สถานที่สำหรับให้ขบวนรถไฟเข้าจอดรับผู้โดยสาร และสับหลีกกันแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
-สถานีต้นทางปลายทาง สถานีต้นทางหรือปลายทางของเส้นทางที่กำหนดให้
-สถานีชุมทาง สถานีที่มีเส้นทางรถไฟหลายเส้นทางมาบรรจบกัน เพื่อให้สามารถต่อไปเส้นทางอื่นได้
-สถานีรายทาง สถานีระหว่างเส้นทางที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ
การให้บริการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถไฟ
-ผูกขาดโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รัฐวิสาหกิจ)
-รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งผู้โดยสารแบบผูกขาดทั่วราชอาณาจักร
-ให้บริการระหว่างเมืองจากกรุงเทพฯสู่จังหวัดต่างๆตามเส้นทางที่กำหนด
การให้บริการขนส่งผู้โดยสารระหว่างเมือง
-สายเหนือ                      -สายตะวันออก/เหนือ                           -สายตะวันออก
-สายตะวันตก                 -สายใต้                                     -สายแม่กลอง

เส้นทางรถไฟ
การให้บริการผู้โดยสารด้วยรถไฟระหว่างเมือง
สายเหนือ (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 751 กม.) เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ – ชุมทางบ้านภาชี (อยุธยา) - เชียงใหม่
สายตะวันออกเฉียงเหนือ แยกออกเป็น 2 สาย   -สายที่ 1 กรุงเทพฯ-(ชุมทางถนนจิระ)โคราช-อุบลราชธานี  575 กม.   
  -สายที่ 2 กรุงเทพฯ-(ชุมทางถนนจิระ)โคราช-หนองคาย (624 กม.)
สายตะวันออก จากกรุงเทพฯ – อรัญประเทศ ( 255 กม.)
สายใต้ แยกออกเป็น 2 สาย                          -สายที่ 1 กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์(990 กม.
 -สายที่ 2  กรุงเทพฯ-ชุมทางหาดใหญ่- สุไหงโกลก ( 1,159 กม.
สายตะวันตก แยกเป็น 2 สายได้แก่                     -สายที่ 1 กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี(ระยะทาง 157กม.)
 -สายที่ 2  กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี (ระยะทาง 210 กม.)
สายแม่กลองจากวงเวียนใหญ่-มหาชัย-แม่กลอง  60 กม.
รูปแบบการให้บริการผู้โดยสารด้วยรถไฟระหว่างเมือง
ขบวนรถด่วน (Express Train) บริการเฉพาะชั้น 1 และชั้น 2  (บางขบวนอาจมีชั้น 3 ได้)
ขบวนรถเร็ว (Rapid Train) บริการ ชั้น 2 และชั้น 3 ส่วนชั้น 1 ไม่เป็นที่นิยมนัก
ขบวนรถธรรมดา (Ordinary Train) บริการ ชั้น 3 เท่านั้น
ขบวนรถดีเซลราง (เรียกอีกชื่อว่า รถโบกี้กลไฟ) เป็นขบวนรถที่ขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องใช้หัวรถจักรลากจูง
การขนส่งผู้โดยสารในกรุงเทพฯด้วยรถไฟฟ้า
รถไฟฟ้าลอยฟ้า Sky Train บ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ จ.ก.(มหาชน) (BTS-Bangkok Mass Transit System)
รถไฟฟ้าใต้ดิน Underground Train บ.รถไฟฟ้ากรุงเทพฯจำกัด (มหาชน) (BMCL-Bangkok Metro Public Company Ltd.)

รถไฟฟ้าแบบลอยฟ้า 
เริ่มบริการ 5 ธ.ค. 2542 เปิดเป็นทางการเมื่อ 21 ก.พ. 2543         มี 2 เส้นทาง
1.สายสุขุมวิท (รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6รอบ สายที่1) เริ่มจาก ถ.สุขุมวิท ซอย 81 (อ่อนนุช) – หมอชิต (17 กม. 17 สถานี) ซึ่งรวมสถานีร่วมสำหรับเปลี่ยนสายสีลมที่สถานีสยามด้วย
2. สายสีลม (สายที่ 2) เริ่มจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน (สะพานสาธร) ฝั่งกรุงเทพฯ – สนามกีฬาแห่งชาติ (6.5 กม. 7 สถานี ซึ่งรวมสถานีร่วมสำหรับเปลี่ยนสายสุขุมวิทที่สถานีสยามด้วย
ลักษณะการให้บริการของรถไฟลอยฟ้า
-ครอบคลุมพื้นที่หลักๆของกรุงเทพฯ                                   -ให้บริการได้มากกว่า 1,000 คน/ขบวน
-ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน วิ่งบนทางคู่ยกระดับ               -ความกว้างของราง 1.453 เมตร
-มีรางป้อนกระแสไฟฟ้าอยู่ด้านข้าง                                    -บริการตั้งแต่ 06.00-24.00 น. ทุกวัน
ค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS มี 4 แบบ:
-บัตรเที่ยวเดียว (10-40 บาท) เดินทางครั้งเดียวระหว่าง 2 สถานี
-บัตรเติมเงิน (ราคา 100 บาท โดยรวมค่ามัดจำ 30 บาท) ใช้ได้ 2 ปี
-บัตร 30 วัน (สำหรับนักเรียน และบุคคลทั่วไป มีหลายราคา)
-บัตร 1 วัน (100 บาท) เดินทางใน 1 วัน ไม่จำกัดเที่ยว&ระยะทาง
-มีบริการรถรับส่งสำหรับบัตร 30  วันและบัตรเติมเงิน
ลักษณะการลงทุนของBMCLเป็นการลงทุนร่วมระหว่าง 3 กลุ่มทุนขนาดใหญ่ของประเทศ ได้แก่
-กลุ่มธนาคารพาณิชย์          -กลุ่มแนชเชอรัลพาร์ค          -กลุ่ม ช. การช่าง
รฟม. รับผิดชอบ 4 โครงการดังนี้
-โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายรัชมงคล (หัวลำโพง-บางซื่อ) ระยะทาง 20 กม.
-โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค) 13.8 กม.
-โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า) ระยะทาง 11.6 กม.
-โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (บางกะปิ-ราษฎร์บูรณะ) 34.6 กม.
-รวมระยะทางทั้งสิ้น 80 กม.
***การปฎิวัติ 19 ก.ย. 2549ส่งผลกระทบการกู้เงินเจบิก
Airport Link Magasan -Suvarnabhum
•                    ทดสอบ 25  มกราคม 52
•                    ใช้เวลา 15 นาที
•                    วิ่งจริง 12 สิงหาคม 2552
รถไฟฟ้าใต้ดินในต่างประเทศ
-UKมีรถไฟใต้ดินเป็นประเทศแรกในโลกที่London เมื่อปี พ.ศ. 2406 ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ ปัจจุบันใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม
-ใน USA  ที New York มีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมากที่สุดในโลก (รวมทั้งสิ้น 469 สถานี) และแต่ละวันจะมีผู้โดยสารประมาณ 5 ล้านคน
โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินที่เปิดให้บริการสายแรก คือ
***สายเฉลิมรัชมงคล (มี 18 สถานี) เริ่มจาก บางซื่อ-หัวลำโพง ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 30 นาที และสามารถต่อรถไฟฟ้า BTS ได้ 3 จุดด้วยกันคือ สถานีสีลม สุขุมวิท และ สวนจตุจักร
บัตรโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน: มี 2 แบบ
·         บัตรโดยสารเที่ยวเดียว เป็นเหรียญพลาสติคสีดำ (ขนาดประมาณ เหรียญ 10 บาท) มีหลายราคา
·         บัตรโดยสารหลายเที่ยว เป็นบัตรคล้ายบัตร ATM (แลก 300 บาท จะเป็นค่ามัดจำ 50 บาท และ 250 บาทที่เหลือเป็นค่าโดยสาร) สามารถเติมเงินได้
นอกจากนี้ ยังมีที่จอดรถ เป็นตึก 9 ชั้นที่บริเวณสถานีลาดพร้าว Park and Ride (จอดแล้วจร) สามารถจอดได้ประมาณ 2,200 คัน
สรุป
การขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟ เป็นการเคลื่อนย้ายคนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยโบกี้รถไฟมาต่อพ่วงกันและใช้หัวรถจักรลากจูงข้อดีของการเดินทางโดยรถไฟคือ ปลอดภัย ขนส่งได้มาก ไม่รีบเร่งนัก ส่วนข้อเสียคือ ช้า ไม่อาจบริการแบบ Door-to-Door ได้และ การลงทุนสูง ฯลฯ
องค์ประกอบการขนส่งทางรถไฟ ได้แก่ 1) ผู้ประกอบการ 2) ขบวนรถไฟ 3) เส้นทาง/รางรถไฟและ 4) สถานีรถไฟ
รูปแบบการให้บริการ ประกอบด้วย การให้บริการในเมือง และ ระหว่างเมือง เป็นต้น
*************************************************************************************************************************